ไวท์ช็อคโกแล็ตสตอร์วเบอรี่สเวร์ล ชีสเค้ก

ส่วนผสมอาหาร

  • ไวท์ช็อคโกแล็ตชีสเค้ก
  • สปริงฟอร์มขนาด 8,9 นิ้ว
  • ส่วนครัสท์
  • คุ้กกี้โอริโอ้รสช็อคโกแล็ต (เอาไส้ออกแล้ว) 12-15 คู่
  • เนยละลาย 3 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
  • ชีสเค้ก
  • ครีมชีส (ก้อนละ 8 ออนซ์) 3 ก้อน อุณหภูมิห้อง
  • ช็อคโกแล็ตชิพขาว 8 ออนซ์
  • น้ำตาลทรายขาว 3/4 ถ้วยตวง
  • ไข่ไก่ขนาดใหญ่  3 ฟอง
  • วานิลาแอ๊คแทรค 1 ช้อนชา
  • น้ำเลมอนสด 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • สตอร์วเบอรี่ซ้อส
  • สตอร์วเบอร์รี่สด 12 ออนซ์
  • แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1/4 ถ้วยตวง
  • น้ำส้มคั้น 1/4 ถ้วยตวง
  • แยมสตอร์วเบอรี่ 1/4 ถ้วยตวง

Description
เคล็ดลับการทำชีสเค้กให้ประสบความสำเร็จ ( Tips for baking the perfect cheesecake) ....

1.ไข่และครีมชีส ต้องอยู่ในอุณหภูมิห้อง ครีมชีสจะนิ่มและไข่จะไม่เย็น จะทำให้ได้ส่วนผสมที่เป็นเนื้อครีมนวลเรียบไม่เป็นก้อน

2.ตอนใช้เครื่องตีส่วนผสม ให้ใช้ความเร็วต่ำในการผสมทุกอย่างเข้าด้วยกัน เพราะต้องการแค่ให้ส่วน ผสมเข้ากันอย่างดี แต่ไม่ต้องการเพิ่มอากาศเข้าไปตอนตีผสม

3.ใช้ถาดใส่น้ำ รองตอนอบ ทำให้กระจายความร้อนได้สม่ำเสมอกว่า และควบคุมความร้อนไม่ให้สูงเกินไป ที่สำคัญคือตอนหุ้มถาดอบต้องหุ้มให้มิดชิด อย่าให้น้ำเข้าได้นะ

4.ตอนเทส่วนผสมชั้นที่สอง ต้องแน่ใจว่าหมดเวลาอบชั้นแรกแล้ว และชั้นแรกสุกแล้ว จึงค่อย ๆ เทชั้นที่สองช้า ๆ

5.ต้องไม่อบนานเกินไป

6.ต้องทิ้งชีสเค้กไว้ให้เย็นอย่างน้อย 2 ชม. ก่อนเอาเข้าตู้เย็น

*** ปกติชีสเค้กจะรสชาติดีขึ้น หลังจากวันที่อบ ตอนเก็บเข้าตู้เย็น ห่อด้วยพลาสติกก่อนนะครับ ***

ชีสเค้ก สุดยอดของเค้กที่หลายๆคนหลงไหลและโปรดปราน เคล็ดลับ ในวันนี้แล้วการทำชีสเค้กจะไม่ใช้เรื่องยากอีกต่อไป

1. ก่อนจะเริ่มทำให้ทิ้งครีมชีสให้นุ่มสัก ประมาณ 2 ชั่วโมง หรือนำไปอุ่นใน เตาไมโครเวฟราว 15 วินาที ก็ได้

2. อย่าอบเค้กนานเกินไป เพราะเมื่อเย็นแล้วเค้กจะคงรูปขึ้นเอง

3. เมื่ออบเสร็จให้ ทิ้งชีสเค้กไว้ใน เตาอบที่ปิดฝา เพื่อให้เค้กค่อยๆเย็นตัว การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิกระทันหันจะทำให้เนื้อเค้กแตกออกจากกันได้

4. วิธีเก็บคือให้ ห่อด้วยกะดาษฟอยล์ก่อนจะนำไปเข้าตู้เย็น สามารถเก็บได้นานประมาณ 4 วัน จำไว้ว่า ห้ามตกแต่งเค้กหากยังไม่รับประทานทันที เพราะจะทำให้เค้กเสียได้เร็วขึ้น

วิธีทำอาหาร  

  • ส่วนครัสท์
  1. เอาคุ้กกี้ใส่ในเครื่องฟู้ดโปรเซสเซอร์ ปั่นให้ละเอียด ใส่เนยละลายลงไปปั่นให้เข้ากัน แล้วจึงเทใส่ลงในพิมพ์สปริงฟอร์ม กดให้เรียบเสมอกันให้ขอบสูงขึ้นมาประมาณ 1-2 เซ็นติเมตร เมื่อกดครัสท์ใส่พิมพ์เรียบร้อยแล้ว นำพิมพ์ไปใส่ในช่องฟรีซ ระหว่างที่รอนี้ให้เปิดเตาอบอุณภูมิ 350 องศาฟาเรนไฮต์ พอเตาอบร้อนได้ที่ดีแล้ว ก็อบครัสท์ได้ อบนานประมาณ 12 นาที เมื่ออบครัสท์เสร็จแล้ว ให้นำออกมาวางบนตะแกรงพักไว้ให้ครัสท์เย็น ต่อจากนั้นลดอุณหภูมิเตาอบลงเหลือ 300 องศาฟาเรนไฮต์
  • สตอร์วเบอรี่ซ้อส
  1. ถ้าใครจะใช้เชอร์รี่แช่แข็งก็ได้ คุณแม่ปูปรับเปลี่ยนเล็กน้อย คือใส่น้ำเลมอน 1 1/2 ช้อนโต๊ะแทนน้ำส้ม นอกนั้นก็เหมือนกัน ใครชอบผลไม้ชนิดไหนก็เลือกเอา จริงๆแล้วก่อนจะลงมือทำครัสท์หรืออะไรทั้งหมดให้ทำซ้อสก่อนนะ
  2. ผสมส่วนผสมของ สตอร์วเบอรี่ซ้อส ทุกอย่างลงในเครื่องปั่น ปั่นทุกอย่างรวมกันให้ละเอียดเลย ถ้าต้องการให้ซ้อสเนื้อเนียนๆไม่มีเมล็ดสตอร์วเบอรี่ก็กรองก่อน ต่อจากนั้นก็นำไปต้มจนเดือด ส่วนผสมจะข้นเล็กน้อย จะข้นมากยิ่งขึ้น เมื่อส่วนผสมเย็นแล้ว
  3. เห็นฟองๆฟอดๆอย่างนี้ก็ช้อนออกบ้างก็ได้ ยกขึ้นตั้งบนเตาต้มซ้อสให้เดือด
  4. เสร็จเรียบร้อยจะได้ซ้อสสีสวยใส อร่อยเข้มข้นถูกใจ
  5. รูปนี้ซ้อสที่จัดเตรียมเสิร์ฟกับชีสเค้ก
  • ลงมือทำชีสเค้กกัน
  1. ละลายช็อคโกแล็ตเตรียมไว้ จะละลายในไมโครเวฟ หรือละลายด้วยการตุ๋นก็ได้ ต้มน้ำในหม้อให้ร้อน ไม่ต้องเดือด เปิดไฟอ่อนๆ แล้ววางอ่างผสมที่ใส่ช็อคโกแล็ตซ้อนลงไป คนให้ช็อคโกแล็ตละลาย พักไว้ก่อน
  2. ช็อคโกแล็ตที่ละลายแล้ว
  3. ใส่ครีมชีสลงในโถตี ถ้าใครไม่มีสแตนด์มิกซ์เซอร์ ก็ใช้ตะกร้อไฟฟ้าได้ ไม่มีปัญหา
  4. ตีครีมชีสกับน้ำตาลด้วยสปีดกลางจนส่วนผสมเนียนเข้าด้วยกัน
  5. ใส่ไข่ลงไปทีละฟองจนหมด ตีด้วยสปีดต่ำพอให้ส่วนผสมเข้ากัน
  6. ใส่ช็อคโกแล็ตขาวที่ละลายไว้แล้วลงไป ตีด้วยสปีดต่ำต่อ จนส่วนผสมเข้ากันอีกครั้ง ใช้พายยางปาดขอบอ่างด้วยนะ และก็ใช้พายยางปาดก้นอ่าง ดูส่วนผสมว่าเข้ากันดีหรือยัง
  7. ต่อจากนั้นจึงใส่น้ำเลมอน และวานิลาลงไปตีส่วนผสมให้เข้ากันอีกครั้ง เป็นวิธีการสุดท้าย แต่ละครั้งที่ใส่ส่วนผสมแต่ละอย่างลงไป ตีแป๊บเดียวนะ แค่พอส่วนผสมเข้ากันเท่านั้นก็พอ
  8. เทส่วนผสมชีสเค้กลงในพิมพ์สปริงฟอร์ม
  9. ต่อจากนั้นก็ตักซอสค่อยๆหยอดลงไปบนส่วนผสมชีสเค้ก และก็ใช้ไม้ปลายแหลมวนๆซอสให้สวยงามตามต้องการ
  10. ออกมาดังนี้
  11. นำเข้าเตาอบอุณหภูมิ 300 องศาฟาเรนไฮต์ อบนานประมาณ 60 นาที ถ้าหน้าแห้งๆไม่เปียกก็แสดงว่าสุกแล้ว
  12. สุกแล้ว หน้ายุบหน่อยนึงเพราะหนักซ้อส พอสุกแล้วอย่าเพิ่งเอาเค้กออกจากเตาอบทันทีนะ ให้ปิดอุณหภูมิเตาอบ แล้วแง้มๆฝาเตาอบไว้ ให้เค้กคลายความร้อนอยู่ในเตาอบประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนนำออกจากเตาอบ พอเค้กเริ่มเย็นตัว ก็คลุมพิมพ์เค้กด้วยคิทเช่นทาวกันน้ำหยดใส่เค้ก แช่ตู้เย็นไว้อย่างน้อยๆ 4 ชั่วโมงก่อนตัดเสิร์ฟ
  13. รูปนี้ชีสเค้กอยู่ตัวดีแล้ว เอาออกจากพิมพ์เตรียมตัดแบ่ง
  14. สตอร์วเบอร์รี่ได้รูปที่ตัดแล้วสวยๆมารูปเดียว