Caviar Canapes

ส่วนผสมอาหาร

  • ไข่คาร์เวีย สีดำ หรือ แดง
  • ขนมปังแครกเกอร์
  • แมเนส
  • ใบ Parsley หรือจะใช้ใบ Fennel หรือ ใบ Dill ก็ได้ครับ สำหรับตกแต่ง

Description
ปลาสเตอร์เจียนนั้นมีอยู่ 25-27 ชนิด ใน 3 สายพันธุ์ หรือ 3 สกุลครับ ถือเป็นปลาที่มีขนาดใหญ่ลักษณะคล้ายปลาฉลาม เคยมีสถิติระบุว่า ปลาสเตอร์เจียนในประเทศรัสเซียมีอายุกว่า 200 ปี หนักถึง 1.5 ตัน ยาว 5 เมตร พบมากในทะเลสาบแคสเปียน ประเทศรัสเซีย แต่โดยทั่วไปจะพบขนาดมีน้ำหนักระหว่าง 75-100 กก. ครับ

ปลาสเตอร์เจียนแต่ละสกุล ก็จะให้ไข่ไม่เหมือนกันนะครับ เขาแบ่งออกเป็น 3 แบบครับ

ไข่ปลาแบบแรก เรียกว่า Beluga จะได้จากปลาสเตอร์เจียนสกุลขนาดใหญ่ที่สุด ตัวหนักเป็นตันๆครับ ไข่ก็จะมีขนาดใหญ่ สีเทาอ่อน มีประกายสีทองวาวๆครับ

ส่วนแบบที่สอง เรียกว่า Ossetra จะได้จากปลาสเตอร์เจียนที่มีขนาดเล็กกว่าแบบแรก ตัวปลาจะหนักประมาณ 500 กก. จะให้ไข่สีเทาอมทอง เรียกว่า Imperial Ossetra และสีอำพันจะเรียกว่า Royal Ossetra

ส่วนแบบสุดท้ายครับเรียกว่า Sevruga จะได้จากปลาสเตอร์เจียนที่มีขนาดเล็กที่สุด ขนาดของไข่ที่ได้ก็จะเล็กที่สุดเมื่อเทียบกับชนิดปลาสองแบบแรกครับ สีของไข่ที่ได้จะมีสีเทาเงินๆครับ แบบนี้จะหาทานได้ง่ายกว่าสองแบบแรกครับ

แถมท้ายอีกนิดหนึ่งครับ ไข่ปลาสเตอร์เจียนเรียกว่า คาร์เวียร์อย่างเดียวนะครับ ถ้ามีคำอื่นนำหน้าไม่ใช่ไข่ปลาสเตอร์เจียนนะครับ อย่างเรดคาร์เวียร์ ก็เป็นไข่ปลาเรนโบว์เทราท์ หรือปลาสายรุ้ง ที่นำมาแปรรูปเพื่อถนอมอาหาร จึงเรียกว่า เรดคาร์เวียร์ครับ
Caviar Canapes เป็นเมนูที่มีข้อดีอย่างหนึ่งเพื่อรับรองแขกที่อยากดื่มต่อ ก็รับรองด้วยวอคก้าสะเลยครับ สะดวกดี ไม่ต้องมีมิกเซอร์มากให้ยุ่งยาก ไม่ต้องเตรียมน้ำแข็งที่สามารถจะละลายได้ตลอดเวลา และที่สำคัญคือส่วนประกอบของเมนูนี้ก็สามารถมีเผื่อติดบ้านเอาไว้ได้ล่วงหน้าครับ

วิธีทำอาหาร  

  1. Caviar Canapes ใช้เวลาเตรียมไม่นาน เหมาะสำหรับรับรองแขกหลังอาหาร บางทีหลังจากแขกทานอาหารเสร็จ ก็อาจจะมีการดื่มกันต่อ Canapes ง่ายๆ ใช้เวลารวดเร็วในการเตรียม และสามารถทานคู่กับการดื่มแบบชิวๆนานๆ อย่างวอคก้าที่ดื่มแบบช๊อต เพียวๆ โดยไม่ต้องไปเสียเวลาหามิกเซอร์ผสมให้ยุ่งยาก ก็ได้เมนูนี้เลย Caviar Canapes
  2. ไข่คาร์เวีย เป็นชื่อเรียกไข่ที่ได้จากปลาสเตอร์เจียน และอิตาลีเป็นประเทศแรกที่ถนอมไข่ปลาสเตอร์เจียนเพื่อให้สามารถเก็บเอาไว้ได้นานๆ จึงเรียกเป็นภาษาอิตาลีว่า ไข่คาร์เวียร์ ยังไงหละ
  3. เดี๋ยวนี้ประเทศไทยเราก็สามารถเพาะพันธุ์ปลาสเตอร์เจียนได้แล้วนะ ปี 2548 กรมประมงมีการนำเข้าไข่ปลาสเตอร์เจียนจากประเทศรัสเซียมาทดลองฟักที่หน่วยวิจัยประมงบนพื้นที่สูงดอยอินทนนท์ ซึ่งเป็นหนึ่งในหน่วยงานของโครงการหลวงอินทนนท์
  4. ผลจากการทดลองเลี้ยงพบว่าปลาประเภทนี้เติบโตได้ในสภาพภูมิอากาศบนดอยอินทนนท์ เนื่องจากปลาชนิดนี้อาศัยอยู่ในสภาพพื้นที่ที่มีอากาศหนาวไม่เกิน 20 องศาเซลเซียส และการทดลองเลี้ยงก็มีอัตรารอดสูงถึง 90 เปอร์เซ็นต์ การจะได้ไข่ปลาชนิดนี้จะต้องใช้เวลาเลี้ยงจนกว่าเขาจะอายุครบ 10 ปี และคาดว่าอีกประมาณ 6 ปีข้างหน้า ก็จะสามารถให้ไข่ได้ โดยปลาตัวเมีย 1 ตัว จะให้ไข่ 1 ปี และเว้นอีก 2 ปี จึงจะให้ไข่อีกครั้ง แม่ปลา 1 ตัวจะให้ไข่ 15% ของน้ำหนักตัวปลา

วิธีประกอบ

  1. แค่เอาแมเนส ทาลงบนขนมปังแครกเกอร์
  2. วางไข่คาร์เวียลงบนแมเนส ประดับด้วยใบ Parsley